ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะสามัคคี - หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน  (อ่าน 338 ครั้ง)

นายเสรี ลพยิ้ม

  • Administrator
  • คนของประชาชน
  • *****
  • กระทู้: 1219
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ธรรมสามัคคี - ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี


หนังสือเล่มนี้  ผู้เขียนประสงค์ให้เป็นธรรมทานแก่พุทธบริษัทและ     ผู้สนใจทุกท่านอย่างแท้จริง
ฉะนั้น หากท่านใดหรือคณะใดมีความประสงค์จะนำไปพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทานโดยไม่มีการ
เรียกร้องหรือขอรับค่าตอบ      แทนไม่ว่าในรูปแบบใดทั้งสิ้น  ก็ให้กระทำได้โดยมิต้องขออนุญาติ
ผู้เขียนแต่     อย่างใด เช่นเดียวกับหนังสือเล่มอื่น ๆทุกเล่มที่ผู้เขียนได้เขียนหรือเรียบเรียงขึ้นและ
ได้พิมพ์แจกจ่ายไปแล้ว  แต่หากเป็นการพิมพ์เพื่อจำหน่ายหรือมีค่าตอบแทน   ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์
ทุก ๆ  เล่ม  ดังที่ได้ถือเป็นหลักปฏิบัติมา  โดยตลอดทั้งนี้ ด้วยเจตนาที่จะเทิดทูนพระศาสนาและ
ครูอาจารย์ตามกำลังด้วยความบริสุทธิ์ใจ
                    บัว

ธรรมสามัคคี

ความสามัคคีเป็นสิ่งที่โลกต้องการเสมอมา เพราะเป็นธรรมที่มีคุณค่ามาก ยากจะหาอะไรเสมอได้
ตลอดสัตว์นานาชนิดที่ถือความพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นชีวิตจิตใจ เช่น พวกมด มีมดแดงเป็นต้น
เขาไม่ยอมให้อะไรเข้าไปรุกล้ำได้เลย เป็นต้องช่วยกันรุมกัดแบบเอาชีวิตเข้าแลกเลยทีเดียว
แม้ตัวเล็กทีท่าไม่น่าเกรงขามก็ตาม แต่ใจที่รักพวกรักรวงรัง รักความสามัคคีและสละชีวิตด้วยความ
พร้อมเพรียง เพื่อทรงหมู่ทรงคณะอยู่ได้นั้น มิได้เล็กไปตามร่างเลย ใครอยากเห็นความสำคัญ
ในความพร้อมเพรียงเพื่อสมบัติคือรวงรัง ไข่ และลูกอ่อนของเขา ก็ลองเอามือหรือไม้ไปแหย่หรือ
จ่อเข้าที่รังเขาดู จะเห็นความคึกคักกล้าหาญในการต่อสู้ของเขาแต่ละตัวจนหมดทั้งรัง แสดงออกมา
ทันทีไม่ชักช้า

ขณะที่เกิดเหตุต่าง ๆ จากศัตรูนั้น ต่างตัวจะตั้งท่าต่อสู้ และวิ่งสับสนอลหม่านเพื่อบอกเหตุอันตราย
แก่กันและกันอย่างไม่ชักช้าเลย เมื่อทราบเหตุตัวอยู่ในรังก็จะรีบออกมาช่วยกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย
ชนิดไม่กลัวตายใด ๆ ทั้งสิ้น ต่างตัวต่างรุมกัดคนละที่ละทางแบบล็อกตายไม่ยอมปล่อยวาง
ถ้าจับก้นตัวที่กัดดึงออก หัวต้องขาดคาติดกับคนโดยไม่ยอมปล่อยวาง อันเป็นลักษณะถอยทัพ
กลับแพ้เลย จะต่อสู้จนตายหรือต้องชนะศัตรูเท่านั้น เป็นความจริงใจของเขาที่เป็นนักต่อสู้
ตัวที่ตายก็ตายไป ตัวที่ยังก็รุมกัดชนิดโหมกันทั้งรัง หากสู้กำลังของศัตรูไม่ไหวก็ยอมตายกัน
ทั้งรังด้วยท่าต่อสู้ ถ้าชีวิตยังมีเหลือตายก็ให้ยังเหลือด้วยกันแบบนักต่อสู้เพื่อชาติของเขา 
คำว่าถอยทัพยอมรับความปราชัยพ่ายแพ้ และต่างตัวต่างวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดนั้นไม่มีใน
พวกมดแดงที่ฝังใจในความรักชีวิตของกันและกันเลย รวงรังและไข่พร้อมลูกอ่อนเป็นที่รวม
แห่งชีวิตและความรักสงวนของเขา ใคร ๆ จะไปแตะต้องไม่ได้ ถ้าไม่อยากเห็นฤทธิ์แห่งความ
เอาจริงเอาจังของเขาที่เป็นชาตินักรบโดยสมบูรณ์แสดงออกในขณะนั้น

มดแดงเป็นสัตว์ที่รักชาติและความพร้อมเพรียงสามัคคีแท้ชาติหนึ่ง มนุษย์เราหาก
ธรรม ๒ ข้อนี้ยังไม่ซึมซาบถึงใจ จึงควรสะดุดใจและนำคติของเขามาปฏิบัติบ้าง
คงจะเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์มากมาย การขาดคุณธรรม คือความรักกันและความสามัคคีกัน
ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยซึ่งจะควรนอนใจ มดแดงแม้จะไม่มีความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางเหมือนมนุษย์
ที่ไปเรียนข้ามทวีปแบกใบประกาศนียบัตรมาอวดกันก็ตาม แต่ความรู้และการกระทำของเขา
น่าสรรเสริญและเป็นคติได้ดี ไม่เพียงสักแต่ว่าเขาเป็นมดที่อยู่ใต้อำนาจแห่งการเย่อหยิ่ง
และเบียดเบียนทำลายของผู้หาความรู้สึกตัวและเมตตามิได้ ทั้งที่ตัวเองสู้เขาไม่ได้ในคุณธรรม
บางประเภทดังกล่าวมา  การรักษาสมบัติมีรังเป็นต้น เขารักษาตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน
มิได้ประมาท นอนขับกล่อมกันอยู่ในรังคอยอันตรายด้วยความเพลิดเพลินจนลืมตัว

เขามีการอยู่เวรกันเป็นประจำและเที่ยวตรวจตราตามบริเวณรอบรังมิได้ขาด อยู่ที่ปากรังบ้าง
ตามบริเวณข้างนอกรังทั่ว ๆ ไปบ้าง เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเขาจะวิ่งถึงกันเพื่อบอกเหตุทันที
แล้วพร้อมกันออกตรวจตราต่อสู้ การหากินก็แบ่งกันไปเป็นพวก ๆ เมื่อได้อาหารมาก็กินด้วยกัน
ไม่มีการแย่งชิงกันกิน และไม่มีการแอบซ่อนอาหารไว้กินลำพังตัวเดียว ไม่รังแกกันทั้งตัวเล็ก
ตัวใหญ่ เวลามีเหตุอันตรายเกิดขึ้นก็ช่วยกันต่อสู้ด้วยความกล้าหาญชาญชัย ไม่หวาดกลัว
ท้อถอยหรือหลบหลีกปลีกหนีเอาตัวรอดว่าเป็นยอดดี โดยปล่อยให้เพื่อน ๆ ตาย อาการทุกอย่าง
ของเขาดังกล่าวมา มนุษย์เรายังอาจสู้เขาไม่ได้ ซึ่งน่าอับอายที่ความรู้ความสามารถมีมาก
แต่สู้สัตว์ เช่น มดแดงไม่ได้

ผู้เขียนยิ่งตัวขี้ขลาดหวาดกลัวที่สุด ไม่มีใครในโลกที่ว่าขี้ขลาดอ่อนแอจะมาหาญสู้ได้
ถ้าไม่อยากแพ้บนเวทีขี้ขลาดของคนไม่เป็นท่า ฉะนั้นเมื่อพูดถึงความบกพร่องแห่งคุณธรรม
ที่สู้มดไม่ได้ จึงอดที่จะเอาเรื่องของตัวออกมาตีแผ่ไม่ได้ เพื่อท่านผู้อ่านทั้งหลายได้ทราบ
บ้างว่า พระขี้ขลาดอ่อนแอก็ยังมีในศาสนาถึงกับใครมาแข่งไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นความ
ขยันหมั่นเพียร ความกล้าหาญชาญชัยที่น่าชมเชยแล้ว ยอมแพ้แต่ยังไม่ขึ้นเวที

ความสามัคคีตามหลักธรรมท่านกล่าวไว้ว่า เป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของหมู่คณะ
ตลอดคนทั้งชาติ มีความสามัคคีเป็นพื้นฐานรับรองไว้ หากขาดความสามัคคีเสียอย่างเดียว
แม้แต่ร่างกายก็ทนอยู่ไม่ได้ ย่อมแตกสลายอย่างไม่มีปัญหา แต่ความสามัคคีจะมีได้โดยสมบูรณ์
ต้องอาศัยแต่ละคนเห็นความสำคัญของส่วนรวมที่อาศัยกันอยู่ ไม่เห็นว่าสำคัญเฉพาะตัวคนเดียว
เมื่อคนเราเห็นความสำคัญของกันและกัน ว่ามีคุณค่าเสมอกันในความเป็นมนุษย์ที่อาศัยกัน
การแสดงออกย่อมไม่เป็นภัยต่อกัน นอกจากเป็นคุณถ่ายเดียวเท่านั้น ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวจัด
อันเป็นเหตุให้เอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ และเป็นเครื่องส่งเสริมความโลภมากไม่มีขอบเขต
เหตุผล เล็งเห็นแก่ได้ถ่ายเดียวอันเป็นช่องทางให้หลวมตัว จนลืมเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นอะไรไป
คนเราจะมีความร่ำรวยและเสวยสุขอยู่คนเดียว ในท่ามกลางแห่งความทุกข์ร้อนของผู้อื่น
เป็นจำนวนมากนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ หากเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ปราชญ์ท่านคงสอนให้ตั้ง
บ้านเรือนบนศีรษะมนุษย์มานานแล้ว

ความเห็นแก่ตัวจัดอันเป็นมิตรสหายของความโลภไม่มีเพียงพอนี้ นอกจากเป็นภัยแก่ตัว
อย่างลึกลับที่เจ้าตัวไม่อาจมองเห็นแล้ว ยังเป็นภัยแก่ผู้อื่นอย่างไม่มีประมาณ ท่านจึงสอน
ให้ละให้ปล่อยวางพอมีทางเย็นใจบ้าง สำหรับตัวเองและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันซึ่งเป็นสัตว์
ขี้ขลาดอยู่คนเดียวไม่ได้ จะได้เห็นคุณค่าของกันและกันพออยู่กันได้เป็นผาสุก คนเราอาศัย
ใครและสิ่งใด ควรถือผู้นั้นและสิ่งนั้นเป็นสำคัญ ไม่เหยียบย่ำทำลายอันเป็นลักษณะ
คนเนรคุณไม่มีความเจริญจีรังถาวร

อยู่เรือนให้รักษาเรือน หมั่นปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดน่าอยู่อาศัยหรือหลับนอน ใช้เสื้อผ้า
เครื่องนุ่งห่มเครื่องใช้สอยต่าง ๆ ให้หมั่นชะล้างซักฟอกและเก็บรักษาด้วยดี ไม่ทิ้งเกลื่อนกลาด
สาดกระจายอันเป็นความเสียหายแก่สิ่งของและตัวเราเอง ทั้งเป็นการส่อนิสัยว่าไม่เอาไหน
ไปอยู่กับใครก็ทำความหนักใจแก่ผู้รับให้อยู่ด้วย จนกลายเป็นคนโลกแคบแม้แผ่นดิน
ถิ่นอาศัยมีอยู่มาก

อาศัยเมืองซึ่งเป็นสถานที่ของคนหมู่มาก ก็ให้ช่วยกันรักษาสถานที่อยู่และทำเลค้าขาย
ตลอดถนนหนทางตรอกซอยที่ไปมาหาสู่กัน อย่าทิ้งอะไรให้เกลื่อนกลาดและทำให้สกปรก
รกรุงรัง คอยแต่เทศบาลจะมาเก็บกวาดรักษาให้ เทศบาลก็คนเราก็คน ทำให้สกปรกก็ยังทำได้
ส่วนทำให้สะอาดทำไมจึงทำไม่ได้ต้องคอยเทศบาล หรือกลัวเทศบาลจะปรับไหมใส่โทษเอา
ถ้าทำดีดังที่ว่าหากเทศบาลจับไปลงโทษก็กรุณาไปบอกผู้เขียน จะพามาเดินขบวนว่ะ สิ่งเหล่านี้
เข้าใจว่าต้องทำได้ ถ้าไม่ทอดธุระเพราะความขี้เกียจเสียอย่างเดียว

อนึ่งสิ่งใดที่เป็นสมบัติส่วนรวม อย่าคะนองมือคะนองเท้าไปแตะต้องเตะถีบทำลาย จะกลายเป็น
ตัวบุ้งตัวหนอนทำลายบ้านเมือง ซึ่งเป็นของมีค่าสำหรับอาศัยแห่งคนในชาติ ไปบ้านใดเมืองใด
ให้ถือเหมือนถิ่นฐานบ้านเรือนของตน จะกันความคะนองต่าง ๆ และดัดนิสัยที่เคยเป็นมาเสียได้
ต่างคนต่างอยู่อาศัย ต่างคนต่างรักษาทั่วประเทศเขตแดน ความสง่างามน่าดูตลอดความมั่นคง
หากเกิดขึ้นเองจากต่างคนต่างบำรุงรักษา ชาติเป็นของคนไทยทุกคน สมบัติของชาติเป็นของ
ทุกคนที่อาศัย จึงควรช่วยกันบำรุงรักษาให้จีรังถาวร

ปกตินิสัยแล้วต้องขออภัยหากผิดพลาดจากความเป็นจริง คนไทยเราส่วนมากนับผู้เขียนด้วย
คนหนึ่ง มักมีนิสัยชอบสะดวกมักง่าย ซึ่งออกมาจากความขี้เกียจนั่นเอง ทำอะไรจึงมักเอา
ความสะดวกเข้าว่ากัน ส่วนผลจะเป็นอย่างไรไม่ค่อยคำนึง สุดท้ายก็เป็นทำนองสุกเอาเผากิน
สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ กฎหมายข้อบังคับระเบียบต่าง ๆ ฯลฯ ที่ตราไว้สำหรับคนไทยเป็นส่วนมาก
เพราะเป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งคนไทยเป็นผู้ตราเสียเอง ตลอดพระธรรมวินัยที่ทรงประทานไว้
ด้วยความถูกต้องดีงามสำหรับสัตวโลก และคนไทยที่เป็นชาวพุทธนำมาปฏิบัติ เพื่อความสงบสุข
แก่ตนและส่วนรวม แต่ก็ไม่พ้นที่จะเอาความสะดวกมักง่ายตามใจตัวขี้เกียจเข้าไปทำลาย
ผลที่ได้รับก็คือความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ละเมิดนั่นแล นอกจากนั้นยังทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน
เสียหายไปด้วยเพราะความสะดวกตามใจชอบเป็นผู้นำ

กาลใดที่จิตใจประชาชนห่างเหินจากศีลธรรม กาลนั้นความเดือนร้อนวุ่นวายนับวันทวีรุนแรงยิ่งขึ้น
ลำพังกฎหมายเพียงอย่างเดียวซึ่งบังคับแต่ภายนอก คือกายวาจาเท่านั้น ย่อมไม่อาจให้
ความสงบสุขแก่หมู่ชนได้เท่าที่ควร หากจิตใจคนเข้าใกล้ชิดสนิทกับศีลธรรม มีธรรมเป็นเครื่อง
ปกครองใจ ย่อมไม่คิดไม่ทำในสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น นอกจากมีความเมตตา
สงสารเข้าเคลือบแฝง เพื่อความสงเคราะห์อนุเคราะห์แก่ผู้อื่นเท่านั้น คนที่ประพฤติทุจริตต่างๆ
เช่น ลักขโมยปล้นจี้ แย่งชิงวิ่งราว ฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกงรีดไถเหล่านี้ เป็นการประกาศ
อยู่ในตัวว่าไม่มีศีลธรรมภายในใจและความประพฤติบ้างเลย คนไม่มีศีลธรรมในใจนั่นแล
มักก่อเรื่องราวต่าง ๆ ให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่หมู่ชนอยู่เสมอมา

ดังนั้นศาสนาจึงมิใช่เรื่องเล็กน้อย แต่ศาสนาเป็นทั้งทำนบกั้นความรั่วไหลแตกซึมแห่ง
ทรัพย์สมบัติ ไม่ให้รั้วไหลไปในทางไม่เกิดประโยชน์และเกิดโทษแก่เจ้าของ เป็นทั้งกำแพง
กั้นจิตใจความประพฤติให้เดินออกตามช่องทางแห่งศีลธรรมที่เปิดไว้ ว่าทางนั้นถูกต้อง
ชอบธรรม อันเป็นทางสมหวังดังใจหมายไม่เป็นอื่น ทางนั้นไม่ควรดำเนินจะนำทุกข์ร้อน
มาสู่ตัวและผู้อื่นไม่มีประมาณทั้งปัจจุบันและอนาคต เป็นทั้งเพื่อนสนิทมิตรอันตายใจ

ตามหลักธรรมว่าพระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ให้ตกไปในที่ชั่วและให้เกิดสุข
ชนิดไม่มีใครสามารถหยิบยื่นให้ในโลก แม้พ่อแม่ บุตรธิดา สามีภรรยา ที่ถือว่ารักกัน
ยิ่งกว่าใครและสิ่งใด ๆ ในโลกก็ไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ เพื่อนใจของเราคือธรรม ธรรมคือ
แก้วสารพัดนึกของผู้มีความดีที่ได้สร้างไว้แล้วไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน เป็นทั้งกล้องส่องทาง
ทั้งใกล้และไกล ให้ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญเห็นสิ่งต่าง ๆ ทั้งโลกเมืองคน ทั้งโลกเมืองผี ทั้งโลก
แห่งเทวดาอินทร์พรหม กระทั่งโลกุตระอันสูงสุด สิ่งกำบังทั้งหลายที่มวลสัตว์มัวเมา
ได้แก่เจ้าจอมมืดคืออวิชชา ที่หุ้มห่อจิตใจอย่างมืดมิดมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย
ซึ่งมีอยู่กับตัว จำต้องลูบคลำไปตามยถากรรม ธรรมเป็นเครื่องกำจัดความมืดบอดเหล่านี้
ได้เป็นอย่างดีตามกำลังของความเพียรพยายาม ผู้มีความเพียรกล้าก็สามารถกำจัดได้
โดยสิ้นเชิง เหลือเฉพาะดวงใจที่บริสุทธิ์กับวิมุตติพระนิพพาน เป็นคู่เคียงกันภายในใจดวงเดียว

ฉะนั้นศาสนธรรมจึงเป็นที่พึ่งของสัตวโลก มีมนุษย์เป็นฐานสำคัญ โดยไม่เลือกชาติชั้น
วรรณะ ไม่เลือกคนมีคนจน คนโง่คนฉลาด เมื่อยึดธรรมเป็นที่พึ่ง ธรรมย่อมเป็นที่พึ่ง
ได้ตลอดไป การดำเนินการครองชีพทุกแขนง เช่น การจ่ายไม่รู้จักประมาณว่าควรไม่ควร
จ่ายดะไปไม่มีขอบเขตเหตุผล จ่ายจนเป็นนิสัยที่เรียกว่านักจ่าย จ่ายจนเสียคนและเงินไม่มี
ค้างกระเป๋า เหล่านี้เรียกว่าความเหลิงในธรรม ความตระหนี่ถี่เหนียวจนตัวเองก็ยอมอดอยาก
ทั้งที่สมบัติมีอยู่ ตระหนี่จนเข้ากับใครไม่ได้ คบกับใครเขาก็รังเกียจ สมบัติมีมากน้อยแทนที่
จะเกิดประโยชน์ แต่กลับเป็นที่เกาะของความตระหนี่ไปจนวันตาย ก็เพราะความขาดธรรม
เครื่องวิจารณ์ จึงไม่มีสติปัญญา คิดทำสมบัติให้เกิดประโยชน์ได้

เพราะความไม่มีธรรมจึงมักมีแต่ข้าศึกคือกิเลสย่ำยีอยู่รอบด้าน ทั้งที่โลกเขายกย่องว่า
มีความสุข แต่ตัวเองกลับตกนรกหลุมลึกลับภายในใจไม่มีใครทราบได้ นอกจากเจ้าตัว
เพียงคนเดียว เพราะความมีธรรมจึงพอจะทราบหรือทราบเรื่องนรกหลุมลึกลับนี้ได้ดี
โดยไม่ต้องถามใครให้เสียเวลาและประกาศความโง่ของตัวให้โลกรำคาญเปล่า ๆ
ระหว่างคนตระหนี่ถี่เหนียวกับคนที่มีน้ำใจกว้างขวางชอบสงเคราะห์ให้ทาน ย่อมมีความสุข
ภายในใจผิดกันอยู่มาก ตลอดผิวพรรณ วรรณะก็ต่างกัน ระหว่างเพื่อนฝูงของคนทั้งสอง
ก็มีมากน้อยต่างกันราวฟ้ากับดิน หินกับเพชรทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ธรรมท่านจึงสอนให้คนมีใจกว้างขวาง ด้วยเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์
ทั้งหลาย อย่างน้อยก็เพื่อความสมานความสนิทชิดชอบต่อกัน ยิ่งกว่านั้นมนุษย์และสัตว์
ทั้งหลายรักชอบ ให้ความเคารพนับถือ ไม่เป็นภัยต่อผู้ใด ไปที่ใดก็เป็นสุคโต ให้ความหวัง
และความพึ่งพิงร่มเย็นแก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั่วไป ผิดกับความคับแคบถี่เหนียวที่มีแต่
ความโลภคอยลิดรอน รีดไถ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเป็นนิสัย ไปที่ใดไม่ค่อยมีผู้อยากคบค้า
สมาคม เพราะกลัวเป็นเหยื่อที่ถูกเคี้ยวกลืนราวกับเมี่ยง คนเรามีหัวใจแม้จะแสนโง่เขลา
เบาปัญญาเพียงไรก็อดทราบไม่ได้เมื่อถูกลิดรอนต้มตุ๋นบ่อยๆ เนื่องจากส่วนมากคนโง่
และคนซื่อสัตย์สุจริตมักเป็นเหยื่อของคนประเภทร้อยสันพันคมกินไม่เลือกอยู่เสมอ
ในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อแต่ไหนแต่ไรมา
ความเห็นแก่ตัวเป็นเครื่องทำลายญาติมิตรเพื่อนฝูง ความสามัคคีและสังคมตลอดความมั่นคง
ของชาติ ให้ร้าวรานแตกแยกจนถึงขั้นแตกทลายได้โดยไม่สงสัย ดังจะเห็นได้จากส่วนย่อย
ไปถึงส่วนใหญ่ เช่น ในวงงานบริษัทห้างร้านที่รวมกำลังกันดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามเป้าหมาย
แต่คนในวงงานเชื่อถือกันไม่ได้ คอยแต่จะเจาะจะไชสมบัติส่วนรวมให้รั่วไหลแตกซึม
เพราะความเห็นแก่ตัวเป็นเครื่องบั่นทอนและทำลาย สุดท้ายก็ล้มละลายไปไม่รอด
ดังนั้นท่านผู้เห็นการณ์ไกลของโลกที่รวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นคณะ เป็นบ้านเมือง เป็นประเทศ
จะได้อยู่กันเป็นผาสุกร่มเย็น ปราศจากภยันตรายต่าง ๆ มีความเห็นแก่ตัว เป็นต้น
จึงสอนให้สละละวางภัยอันนี้ที่จะคอยขวางและทำลายผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง
และสอนให้มีความสามัคคีในระหว่างเพื่อนฝูงและกิจการต่าง ๆ ทั่วประเทศเขตแดน
ที่มนุษย์ยังอาศัยกันอยู่ ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง เพราะความสามัคคีเป็นกำลังสำคัญของ
หมู่ชนทุกชาติ จะเว้นเสียมิได้ถ้าไม่อยากเห็นชาติล่มจม ในธรรมมีว่า
 
สามัคคี สามัคคานัง ตโป สุโข
ความพร้อมเพรียงของหมู่ชนเป็นเครื่องทำลายอุปสรรคต่าง ๆ ให้เกิดสุข


มีต่อ......


นายเสรี ลพยิ้ม

  • Administrator
  • คนของประชาชน
  • *****
  • กระทู้: 1219
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: ธรรมะสามัคคี - หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2016, 10:18:30 AM »
ต่อ.....

คนและสัตว์ที่อยู่กันได้เพราะความสามัคคีแห่งธาตุต่าง ๆ ที่รวมกันอยู่ หากธาตุใดธาตุหนึ่ง
เกิดวิการขึ้นมาในร่างกาย นั่นคือกายเริ่มจะแตกสามัคคี เจ้าตัวก็เริ่มไม่สบายขึ้นมาตามส่วน
วิการของธาตุมากน้อย จำต้องรีบรักษาให้หาย ไม่งั้นก็เป็นอันตรายถึงตายได้ สามีภรรยา
แยกจากกันเพราะความแตกสามัคคี ด้วยความเห็นไม่ลงรอยกัน ย่อมเป็นความทุกข์มาก
พ่อแม่กับลูกแตกสามัคคีกันเพราะความไม่ปรองดองกัน ย่อมเป็นความระส่ำระสาย คนในบ้าน
เดียวกันตลอดในประเทศเดียวกัน มีกฎหมายปกครองอันเดียวกัน เกิดการแตกแยกจากกัน
เพราะความรู้ความเห็นไม่ลงรอยกัน เพราะการยุแหย่ก่อกวนกัน เพราะการปลุกปั่นต่าง ๆ
เกิดการประหัตประหารกันให้ล้มตายฉิบหายไปฝ่ายละมาก ๆ ทุกแห่งหนตำบลหมู่บ้านจนทั่วประเทศ
เขตแดน ยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยได้รับการศึกษามาเลย เหล่านี้ล้วนเป็นความเสียหายอย่างคาดไม่ได้
ประมาณไม่ถูก ทั้งนี้เพราะโทษแห่งความแตกสามัคคีพาให้เป็นไป

ความสามัคคีเท่านั้นจะสามารถรักษาสมบัติทั้งปวง พร้อมกับคนทั้งชาติให้ตั้งอยู่จีรังถาวรได้
เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ ที่สำเร็จเป็นผืนขึ้นมาได้ เพราะความรวมแห่งเส้นด้ายเส้นไหม
ทั้งหลายที่นายช่างทอขึ้นเป็นผืน ๆ เป็นไม้ ๆ เป็นพับ ๆ ถ้วยชามหม้อไหไตถาดตลอดภาชนะ
เครื่องใช้สอยต่าง ๆ ย่อมสำเร็จขึ้นมาจากสิ่งทั้งหลายรวมตัวกัน

บ้านเรือน บริษัทห้างร้านที่ใหญ่มโหฬารต่าง ๆ ล้วนสำเร็จมาจากการรวมทัพสัมภาระเครื่องก่อสร้าง
ต่าง ๆ มีไม้ เหล็ก ปูน หิน ทราย เป็นต้น ที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ให้แน่นหนามั่นคง ควรแก่การอาศัย
และเป็นอยู่หลับนอนได้อย่างสะดวกสบาย หากสิ่งเหล่านั้นเริ่มทรุดโทรมก็แสดงว่าเครื่องก่อสร้าง
ต่าง ๆ เริ่มหมดกำลังแห่งการรวมตัว หากไม่รีบซ่อมแซมแก้ไขก็ต้องพังทลายลงในวันหนึ่งแน่นอน

หญ้าแพรกตามท้องนาเป็นเส้นเล็ก ๆ เมื่อนำมาเด็ดทีละเส้นก็ขาดได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อนำมา
มัดรวมกันจนเป็นมัดแล้ว ย่อมไม่อาจเด็ดให้ขาดได้อย่างง่ายดาย การรวมใจ รวมกาย รวมทรัพย์
รวมความคิดสติปัญญาในแง่ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมของคนหลายคนเข้ากันเป็นกำลัง
อันเดียวกันย่อมมีกำลังมาก สามารถยังกิจการต่าง ๆ แม้มากให้สำเร็จได้ด้วยอำนาจแห่งความสามัคคี

อนึ่งบ้านเมืองอันมีถนนหนทางตลาดร้านค้าที่ทุกคนต้องอาศัย สมบัติของชาติเป็นสมบัติของส่วนรวม
ที่คนในชาติต้องอาศัย ควรถือเป็นสำคัญและช่วยกันบำรุงรักษาให้สะอาดและมั่นคงถาวรเป็นคู่ของชาติ
บ้านเมือง ไม่ควรบ่อนทำลายด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งเป็นการทำลายชาติด้วยในขณะเดียวกัน

ทุกคนเป็นคนของชาติ มีพระมหากษัตริย์และกฎหมายของชาติปกครองอันเดียวกัน มีศาสนา
เป็นธรรมร่มเย็นเครื่องส่องทางดำเนินชีวิตและด้านจิตใจไม่ผิดพลาด ควรช่วยกันเทิดทูนรักษา
เพราะมนุษย์เราไม่เหมือนสัตว์ซึ่งไม่รู้จักศาสนาคืออะไร ตื่นขึ้นมาก็เที่ยวหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
ไปวันหนึ่ง ๆ และเบียดเบียนทำลายกันตามประสาของเขาที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ส่วนมนุษย์เรา
รู้ทุกอย่างที่สัตว์ไม่รู้ไม่สามารถ มนุษย์จึงต่างจากสัตว์ที่ตรงนี้ หากไปทำเหมือนสัตว์เข้า ก็เรียกว่า
ไปแย่งงานของสัตว์มาทำ ถ้าเขาจะว่าเอาบ้างว่ามนุษย์นี้สิ้นท่าหาทางไปไม่ได้จริง ๆ จึงพากันมา
แย่งงานของพวกเราที่เป็นสัตว์ไปเสียหมด ดังนี้ก็ไม่น่าจะผิด เพราะพวกเราเป็นมนุษย์ ไม่ควรจะ
ทำตัวเป็นคนสิ้นท่าดังที่สัตว์ตำหนิ

เพื่อรักษาเกียรติมนุษย์ไว้ จึงควรประพฤติตัวให้ดี อย่าเที่ยวฉกลักขโมยของเพื่อนมนุษย์มากินมาใช้
อย่าเบียดเบียนทำลายกัน อย่าชิงดีชิงเด่นกันทั้งที่ตนยังไม่มีพอจะแซงออกหน้าเขา เดี๋ยวกระต่าย
ซึ่งเป็นสัตว์วิ่งเร็วจะหัวเราะเยาะเอา อย่าคดโกง อย่ารีดไถเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่น่าสงสาร
อย่าเที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋นกัน จงเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อถือกันได้
อยู่ด้วยกันได้ ทำมาค้าขายร่วมกันได้ จะเจริญรุ่งเรืองและร่มเย็น

เราทุกคนเป็นคนไทย เป็นลูกของแผ่นดินไทย ผู้เป็นข้าราชการทุกชั้นตั้งแต่สูงสุดลงมา
ทุก ๆ แผนกถึงขั้นต่ำสุด เรียกว่าเป็นคนงานของชาติหรือแรงงานของชาติ จึงควรเป็น
คนงานที่สุจริตต่อชาติ ต่างตั้งหน้าทำงานในหน้าที่ ไม่เป็นคนทุจริตต่อหน้าที่หรือทรยศต่อชาติ
ด้วยการประพฤติตัวเป็นข้าศึกต่อบ้านเมืองดังกล่าวมา จะกลายเป็นคนงานกาฝากคอยดูดกิน
สมบัติเงินทอง เป็นต้น อันเป็นเนื้อหนังของชาติให้ร่อยหรอลงไป เพราะการดูดกินไม่อิ่มพอ
ของจำพวกกาฝาก เมื่อหนักเข้าชาติก็ไปไม่รอดต้องจอดจม ส่วนพวกกาฝากแทนที่จะเจริญ
รุ่งเรืองด้วยการกินแบบนั้น แต่ต้องพังทลายไปกับชาติไม่สงสัย คิดดูอวัยวะช้างสารทั้งตัวที่ถูก
เชือดเฉือนออกทีละชิ้นละอันไม่ลดละปล่อยวาง จากบุคคลหลายเพศหลายวัยที่รุมกันเอาเนื้อหนัง
ไปกินไปขายไม่หยุดหย่อน สุดท้ายแม้กระดูกชิ้นเดียวของช้างทั้งตัวก็ไม่มีเหลือหลออยู่ได้
ช้างสารทั้งตัวยังน้อยไปไม่พอกับการเชือดเฉือนทำลาย

แม้แต่ภูเขาหินแท่งทึบทั้งลูกก็ยังไม่พอกับการทำลายของคนหมู่มาก ที่ความอยากไม่มีวันอิ่มพอ
ต้องถูกพังราบเป็นหน้ากลองไปในไม่ช้า สมบัติของชาติมิได้กองใหญ่เท่าภูเขาหรือแผ่นดิน
เมื่อถูกทำลายจากบุคคลผู้เห็นแก่ตัวไม่หยุดยั้ง จำต้องพังทลายลงโดยไม่ชักช้า หากคนไทยเรา
ไม่อยากประสบพบเห็นเมืองไทยพังทลายล่มจมลงด้วยวิธีการทำลายต่าง ๆ ดังกล่าวมา ก็ควรเห็นโทษ
ของความรู้สึกและการทำลายล้างแบบนี้ แล้วต่างคนหันหน้าเข้าสู่ความรักชาติ ความสามัคคีและ
สงวนสมบัติของชาติไว้อย่างมั่นคง อย่าพากันบ่อนทำลายด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งที่กำลังประกาศ
ให้โลกทราบว่าตนพัฒนาประเทศชาติด้วยการทำถนนหนทาง เป็นต้น แต่อุบายแห่งการเจาะไช
เพื่อความรั่วไหลแตกซึมของเงินในกรมกองพัฒนา ก็กำลังคืบคลานไปด้วยในขณะเดียวกัน

การทำลายชาติซึ่งเป็นเนื้อหนังของตัวเอง คนไทยเรามักทำลายกันแบบนี้จนชินชาหน้าด้าน
หมดยางอายประจำชาติมนุษย์ ชาติก็ค่อย ๆ ทรุดโทรมและล่มจมลงไปทีละเล็กละน้อย
จนสุดท้ายก็อาจจะเหลือแต่ความหลังที่น่าทุเรศ แต่ช่วยอะไรไม่ได้

ขณะที่ยังไม่สายเกินไปก็น่าจะพากันแก้ไขเสียแต่บัดนี้ ถ้าไม่ปล่อยให้มณฑลวังสะพุงกาง
ขวางงานสุจริตไปเสียสิ้นจนหาทางแก้ไม่ได้ ก็นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ผู้เห็นแก่ตัวแก่พุง
ไม่มีอะไรใหญ่ยิ่งกว่า แม้แผ่นดินที่ว่าเป็นสมบัติที่รักสงวนของชาติก็เป็นของเล็กนิดเดียว
เพราะอำนาจแห่งความโลภ ความเห็นแก่ตัวครอบงำจนมืดมิดมองไม่เห็น

การทุจริตต่อชาติด้วยการแทะเล็มหรือกอบโกยนั้นมิใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะเป็นการทำลาย
สมบัติและคนของชาติ ความมั่นคงของชาติให้หมดกำลังและล่มจมไปในที่สุด เนื่องจาก
ผู้ทำลายมีมากต่อมากด้วยกัน เมื่อรวมสมบัติที่ถูกทำลายเดือนหนึ่ง ๆ เข้าด้วยกันแล้ว
อาจมากกว่าเงินเดือนข้าราชการทุก ๆ แผนกทั่วประเทศเสียอีก เพราะความรั่วไหลนั้นไม่มีประมาณ
โอกาสเท่านั้นเป็นสำคัญของผู้แสวงผลประโยชน์ส่วนตัว มีโอกาสหรือช่องทางมากก็กอบโกยมาก
โดยไม่มีคำว่าพอละ เดี๋ยวท้องแตก ผู้ใหญ่ผู้น้อยมีอำนาจหน้าที่โอกาสต่างกันและมีทางทำ
ได้มากน้อยต่างกัน

ส่วนเงินเดือนนั้นมีอัตราตายตัวของแต่ละคนซึ่งพอกำหนดได้ สำหรับความรั่วไหลไม่มีประมาณ
ตายตัวและนับวันทวีคูณ จะทราบได้โดยยาก บางรายเดือนหนึ่ง ๆ เป็นแสน ๆ หรือล้าน ๆ
ตามอำนาจเถื่อนออกแผลงฤทธิ์ใครจะไปทราบได้ แม้เจ้าของเองยังไม่อาจทราบได้ว่า
นับแต่วันริเริ่มวิธีการอันลึกลับนี้มาจนปัจจุบันรวมแล้วเท่าไร เพราะทำอยู่เป็นอาจิณ ต่างคน
ต่างดำเนินตามแผนการของตน หลายครั้งหลายหน หลายเดือนหลายปี ก็มากจนนับไม่ได้ไปเอง
ความมากแบบนี้จึงมากด้วยการทำลายสมบัติและประเทศชาติ จะเป็นประเทศใดก็ตาม จะทน
ความมากด้วยการทำลาย ตั้งอยู่แน่นหนามั่นคงไปไม่ได้ ต้องล่มจมไปในที่สุด

จึงไม่อยากพบเห็นความล้มลุกคลุกคลาน ตลอดความล่มจมฉิบหายของประเทศที่มีคุณค่า
มหาศาล ซึ่งถูกบ่อนทำลายด้วยวิธีการต่าง ๆ จากมนุษย์ใจดำอำมหิตที่ไม่เห็นคุณค่าของผู้ใด
ยิ่งไปกว่าการแสวงผลประโยชน์แก่ตนและพวกของตน บนศีรษะของเพื่อนมนุษย์ทั้งชาติ ที่กำลัง
กระเสือกกระสนหวังพึ่งชาติเดียวกันอยู่อย่างกระหายใจจะขาด แต่แล้วก็มาเจอเอาผีตัวกระหายเลือด
อย่างเต็มเปา ที่คอยดูดเลือดเนื้อผู้อื่นไม่มีวันอิ่มพอ ด้วยจิตใจคับแคบตีบตันจนตัวเองก็แทบ
หาช่องหายใจไม่ได้

ความจริงพระพุทธศาสนาออกมาจากท่านผู้มีจิตใจอันเบิกบานกว้างขวาง ยิ่งกว่าท้องฟ้ามหาสมุทร
คือพระพุทธเจ้า พระองค์เสด็จออกทรงผนวชด้วยความเสียสละดังที่โลกทราบกัน ทรงปฏิบัติบำเพ็ญ
ด้วยความเสียสละเพื่อธรรมและโลกจริง ๆ ทรงตัดความห่วงใยเสียดายใด ๆ ทั้งสิ้นแม้พระชนม์ชีพ
เวลาได้ตรัสรู้แล้ว นำธรรมออกประกาศสอนโลกก็ทรงนำออกด้วยพระเมตตา ซึ่งจัดว่าเป็นการ
เสียสละอย่างเอกไม่มีเสมอเหมือนในไตรภพ อรรถธรรมที่ปรากฏให้พวกเราชาวพุทธได้ศึกษา
ปฏิบัติและการไหว้บูชาเรื่อยมาจนปัจจุบัน ก็ล้วนเป็นผลแห่งพระเมตตาสุดส่วนที่ประทานไว้แก่โลก
มิได้หวังอะไรจากใครแม้แต่น้อยเป็นเครื่องตอบแทน ซึ่งควรเทิดทูนอย่างยิ่งว่าพุทธศาสนาคือ
เครื่องหมายแห่งความเสียสละอย่างเอกของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมพระเมตตาของสัตวโลก
แต่พวกเราที่เป็นชาวพุทธเกือบทั้งประเทศ ระลึกไม่ได้บ้างหรืออย่างไรในธรรมเหล่านี้

ความปีนเกลียวราวกับคู่แข่งธรรม ระหว่างความคับแคบตีบตันกับความเมตตากว้างขวาง
รู้สึกจะเพิ่มกำลังในการแข่งธรรมขึ้นเรื่อย ๆ ประหนึ่งเราเป็นพุทธรบกับธรรมของตัว และจะกลาย
เป็นผู้แพ้อธรรมคือความคับแคบเห็นแก่ตัวไปในที่สุด ราวกับจะลบล้างศีลธรรมอันดีงามไม่ให้
มีเหลือหลอตกค้างอยู่ในหัวใจมนุษย์บ้างเลย

ในขณะเดียวกันกับที่ศีลธรรมถูกลบล้างไปจากดวงใจมนุษย์ สิ่งที่ไม่พึงปรารถนาคือความทุกข์
ความอัดอั้นตันใจนานาชนิดที่ไม่คาดฝัน จะรุมกันเข้ามาประชิดกับดวงใจมนุษย์ชนิดคาดไม่ถึง
อย่างรวดเร็ว เพราะโลกที่มีแต่กิเลส โลภะตัณหาตาเป็นไฟ เป็นเจ้าอำนาจทำการปกครอง
มวลสัตว์ถ่ายเดียว โดยไม่มีธรรมเป็นเบรกห้ามล้อไว้บ้างเลยนั้น ใครจะเก่งกล้าสามารถ
ขนาดไหนก็ตาม ต้องเป็นเหมือนช้างตัวตกมันที่ถูกนายควาญของมันซึ่งอยู่บนหลัง สับเขกลง
บนหัวอย่างเต็มแรงด้วยขออันแหลมคม ได้ยินแต่เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
และยอมจำนน กระเทือนไปทั่วจักรวาลราวกับเสียงฟ้าร้องนั่นแล

คำว่าทุกข์แม้น้อยนิด ไม่เคยมีสัตวโลกรายใดรักชอบและปรารถนากันเลย ต่างก็กลัวและ
ขยะแขยงกันแต่ไหนแต่ไรมา หากจะมีก็อาจจะได้พบได้เห็นกันในสมัยปัจจุบัน ขณะที่ศีลธรรม
ซึ่งเคยให้ความร่มเย็นแก่โลกตลอดมา กำลังถูกตำหนิลบล้างด้วยความรู้ความเห็นการกระทำ
ต่าง ๆ ของสมัยปัจจุบัน ซึ่งกำลังหมุนเข้าใกล้ชิดติดพันกับจรวดดาวเทียมโดยลำดับนี่แล
ทั้งนี้อาจเห็นความสงบสุขที่เป็นมา เพราะศีลธรรมเป็นของเก่าแก่ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นของ
ครึล้าสมัยไปนานแล้ว หากมามัวถืออยู่ก็อาจพาให้ตนครึและล้าสมัยไปด้วย ควรเปลี่ยนทิศทาง
และวิธีการเสียใหม่ก็อาจมีทางเป็นไปได้

แต่ไม่ควรลืมว่าร่างกายธาตุขันธ์และจิตใจของสัตว์ทั่วโลก เป็นสิ่งที่อาภัพและแตกสลายได้
ด้วยความทุกข์ทรมานเบียดเบียนหรือบีบบังคับ เพราะร่างกายจิตใจเปรียบเหมือนต้นไม้ใบหญ้า
ความทุกข์ทรมานเปรียบเหมือนน้ำร้อน เมื่อรดลงบนต้นไม้ใบหญ้าต้นใด ต้นนั้นจะต้องยุบยอบ
และตายไปไม่อาจต้านทานความร้อนได้ การผลิตทุกข์ขึ้นด้วยความรู้ความเห็นที่มีความอยาก
ความทะเยอทะยานเป็นผู้บงการ ผลที่ได้รับมากน้อยต้องไม่พ้นกายกับใจจะเป็นผู้รับเคราะห์กรรมนั้น ๆ กายใจ
ของสัตวโลกเป็นสมบัติที่รักสงวนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด จึงไม่สมควรที่จะพาคิดพาทำในสิ่งที่เป็นภัยแก่ตน
ด้วยความคะนองผยองตนนอกลู่นอกทางที่คติธรรมไม่นิยม

ปราชญ์ทั้งหลายท่านศึกษาปฏิบัติและรู้เห็นคติธรรม นำสัตวโลกไปในทางสงบสุข มิได้นำเข้าป่า
เข้ารกตกเหวเลวทรามอันเป็นสิ่งไม่พึงปรารถนาใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติตามปราชญ์ฉลาดตามคลอง
ไม่จองหองอวดดีไปดับไฟนรก ซึ่งราวกับไปดับความร้อนบนดวงอาทิตย์ ชื่อว่าเป็นผู้มีธรรม
เป็นหลักใจ หลักความประพฤติการดำเนิน จะเป็นผู้เพลิดเพลินในสมบัติอันเกิดจากความประพฤติดี
ของตนทั้งปัจจุบันแลอนาคต ส่วนผู้ศึกษาและดำเนินแหวกแนวจากคติธรรมย่อมเป็นผู้หมดหวัง
ทั้งที่ว่าตนฉลาดแหลมคม เวลาไปโดนของคมยิ่งกว่าความฉลาดเข้า ต้องยอมรับกรรมที่ตน
เคยอวดดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกันกับเสือร้ายที่เข้าใจว่าตัวฉลาดสามารถทุกแง่ทุกมุม
เวลาที่ยังไม่โดนจับ แต่พอถูกจับได้ลวดลายก็หายไปเหลือแต่ความสิ้นท่าที่มีโทษเต็มตัว
ใคร ๆ จึงไม่ควรอวดรู้อวดฉลาด ทั้งที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเหมือนกับโลกทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

เพราะสิ่งที่สุดวิสัยของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ของสัตวโลกจะสัมผัสรับรู้ได้ยังมีมากต่อมาก
และมากกว่าที่รู้ ๆ เห็น ๆ กันอยู่ด้วยอายตนะธรรมดาเราเป็นไหน ๆ ฝูงเป็ดที่ว่ายน้ำข้ามสระ
หน้าบ้านได้ก็ว่าตัวเก่งกาจสามารถ แต่มหาสมุทรทะเลซึ่งกว้างแสนกว้างลึกแสนลึก ที่ฝูงเป็ด
ยังไม่เคยพบเคยเห็นนับแต่วันเกิดมา ยังมีอีกมากกว่าน้ำในสระหน้าบ้านเป็นไหน ๆ ฝูงเป็ดจึงคุยโม้
ได้เต็มปาก หากคนบางพวกได้ยินฝูงเป็ดที่พูดอวดตัวว่าว่ายน้ำสระหน้าบ้านเก่งก็อาจเห็นด้วย
และเชื่อว่าเก่งจริง เรือสู้ไม่ได้ เพราะตนว่ายน้ำไม่เป็นและยังไม่เคยเห็นมหาสมุทรทะเลอันกว้างใหญ่
ตลอดเรือที่เดินทะเลกับเขา ส่วนจำพวกที่จัดเจนในมหาสมุทรทะเลมาแล้ว ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา
ของสัตว์ชนิดหนึ่งที่ว่ายน้ำเป็นเท่านั้น

ส่วนมหาสมุทรทะเลหลวงนั้น เป็นวิสัยของเรือเดินทะเล ข้อนี้ฉันใด ข้ออุปไมยก็ฉันนั้น
ปราชญ์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เป็นผู้ฉลาดแหลมคมเหนือวิสัยมนุษย์สามัญเราอยู่มาก
ราวฟ้ากับดิน ถ้าเทียบกับคนก็เหมือนคนที่จัดเจนในมหาสมุทรทะเล ถ้าเทียบกับเรือก็คือ
เรือเดินสมุทรทะเล จึงทรงสามารถฉลาดรู้ทั้งในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดารู้ ทั้งในสิ่งที่มนุษย์เทวดา
อินทร์พรหมทั้งหลายไม่อาจรู้ได้ จึงทรงสั่งสอนได้ทั้งโลกธรรมดาและโลกลึกลับที่ใคร ๆ
ไม่อาจรู้เห็นและสั่งสอนได้ ความรู้ความสามารถของคนธรรมดาสามัญเรา เท่ากับความรู้
และความสามารถของฝูงเป็ดที่ว่ายน้ำสนุกเพลินอยู่กับสระหน้าบ้าน ส่วนความรู้ความสามารถ
ของพระพุทธเจ้า เทียบกับมหาสมุทรและเรือเดินทะเล ที่ผิดกับฝูงเป็ดและสระหน้าบ้านอยู่มาก
จนไม่อาจนำมาเทียบกันได้

ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความรู้ใดในแหล่งไตรภพที่ใครตามเรียนจบด้วย แต่ยังมีกิเลสเครื่องปิดบัง
อยู่บนหัวใจ พร้อมทั้งคำสั่งสอนหรือลัทธิใดก็ตาม ถ้ายังอยู่ใต้อำนาจของกิเลสดังกล่าว
ที่จะให้ความเสมอภาคพร้อมด้วยความสนิทสนมแก่มวลสัตว์ เหมือนคำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้าผู้ทรงสิ้นกิเลสความเห็นแก่ตัวสิ้นเชิงแล้วนั้นไม่ได้ การประกาศธรรมสอนโลก
ก็ทรงประกาศด้วยพระเมตตาล้วน ๆ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีพิษสงใด ๆ แม้แต่น้อยเจือปนอยู่
ในวงศาสนธรรมนั้นเลย ธรรมดาความรู้ของคนมีกิเลสทั่ว ๆ ไป ส่วนมากมักมีเพื่อคนอื่น
โดยกิริยาอันเป็นเหยื่อล่อปลา สุดท้ายก็เพื่อต้มหัวปลานั่นเอง คำว่าเอาอาหารเลี้ยงปลาไม่ค่อยมี
ในความรู้หรือลัทธิของผู้มีกิเลสบนหัวใจ ส่วนศาสนธรรมเป็นอาหารเลี้ยงปลาล้วน ๆ
ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเพื่อทุบหัวปลาต้มหัวปลาเป็นอาหารอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้าเลยแม้แต่น้อย
จึงเป็นศาสนธรรมที่ฝากเป็นฝากตายได้ตลอดมาและตลอดไปอย่างไม่มีข้อกังขา

ธรรมะสามัคคี - หลวงตามหาบัว - ญาณสัมปันโน