ผู้เขียน หัวข้อ: สมบัติอันพึงหวังได้ของมนุษย์ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม  (อ่าน 278 ครั้ง)

นายเสรี ลพยิ้ม

  • Administrator
  • คนของประชาชน
  • *****
  • กระทู้: 1219
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
สมบัติอันพึงหวังได้ของมนุษย์ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

ญาติโยมพุทธบริษัท   ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์

วันนี้เป็นวันพระ     เราท่านทั้งหลายก็มาบำเพ็ญบุญ     บำเพ็ญกุศลในพระพุทธศาสนา     
มาเจริญธรรมมาเจริญกุศลภาวนา  เพื่อแก้ปัญหาชีวิต  แก้ปัญหาทุกข์ 
เพื่อขอความสุขความเจริญให้แก่ชีวิต

ชีวิตในร่มเงาแห่งพระรัตนตรัย

ในวันพระเช่นนี้   วันนี้ญาติโยมทั้งหลายต่างก็มาบำเพ็ญบุญ     รักษาอุโบสถศีลไม่ขาด     
ตั้งใจสวดมนต์เจริญกุศลภาวนาร่วมกัน ณ หอประชุม    ตั้งใจว่าจะต้องเข้าสู่พระรัตนตรัย

การเจริญพระกรรมฐานเป็นการรักษาอุโบสถ     มีกำหนดจิตให้ซึ้งเข้าให้ถึงภายใน     
มีทั้งความคิด   มีทั้งทุกข์โศกโรคภัย   มีทั้งเสนียดจัญไรอยู่ในตัวเราครบ     
เราไม่สามารถจะทราบได้ว่า     ความสุขความทุกข์อยู่กับเราจะแก้ไขปัญหาได้ประการใด… 
เรายังไม่ทราบ   และเราก็ยังไม่สามารถจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้

การเจริญพระกรรมฐาน   เจริญสติปัฏฐานสี่   
เป็นการดีทั้งชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม     
เป็นการสร้างกิจกรรมที่ทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นแก่ตัวท่านเอง

สมบัติมนุษย์

โดยเฉพาะคำว่า “สร้างประโยชน์” นี้  อัตตาสมบัติที่จะพึงมีกับท่านทั้งหลาย   
เรียกว่า   “สมบัติมนุษย์”  แล้วมาสร้าง   “สมบัติให้เกิดขึ้นด้วยธรรมะ”   
เพื่อต้องการให้เกิดผลโดยปกติ     เพื่อเป็นประโยชน์ร่วมกันกับบุคคล     และประชาชน     
ญาติพี่น้องจึงได้มาบำเพ็ญกุศลสร้างบุญให้แก่ตนด้วยการเจริญพระกรรมฐาน

การเจริญพระกรรมฐานเป็นโจทก์จำเลยฟ้องกับตัวเองว่า     เราควรจะแก้ไขชีวิตอย่างไรเมื่ออับปางแล้ว     
สายการเดินของชีวิตเพื่อเป็นการปฏิบัติธรรม     เพื่อเป็นแกนนำของชีวิตที่ดี     ต้องการจะมีความสุข     
ต้องการมีความเจริญ     ต้องการจะแก้ปัญหาชีวิตของท่านเองที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า     
ไม่มีอะไรจะดีเท่ากับการเจริญพระกรรมฐาน     เพราะการทำให้ฐานะดี     จิตใจดีเป็นมหากุศล     
ทำอะไรเริ่มต้นชีวิตในคราวนี้ก็จะไม่แร้นแค้น     จะมีแบบแปลนและแผนผังที่แน่นอน     
ทำให้เกิดฐานะ     ทำให้สร้างกำไรชีวิต     เดินทางไม่พลาดผิด

ฐานชีวิตที่ไม่ผิดพลาดในอนาคต

ท่านพุทธศาสนิกชน…  ท่านอุบาสกและอุบาสิกาทุกท่าน     เราท่านทั้งหลายต้องการจะสร้างฐานชีวิต
ที่ไม่พลาดผิดในอนาคต     จะเป็นท่านหญิงท่านชาย…  เกิดมาอย่าให้ไร้ความหมาย     
เกิดมาให้ชีวิตมีค่า   มีราคา     เพราะฉะนั้นทางพุทธศาสนา     
พระพุทธเจ้าสอนแนวทางของชีวิตเพื่อให้ชีวิตของเราแจ่มใส     
เดินทางด้วยความถูกต้อง     กำชะตากรรมของเราไว้ให้ได้จากการกระทำของเรา     
ดีชั่วประการใดนั้นขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้น      จะดีชั่วประการใดนั้นมันอยู่ที่ตัวเรา     
ความดีเป็นเรื่องธรรมชาติ     ความชั่วก็เป็นธรรมชาติ

ผู้มีจิตใจดี   มีปัญญา   พึงแสวงหาแต่สิ่งดี

ธรรมชาตินั้นนั่นคืออะไร?     คนเราในสากลโลก     ทั้งโยมหญิงโยมชาย     โดยธรรมชาติ… 
คนไหนที่มีจิตใจดีมีปัญญาจะแสวงหาแต่ของดี     คนที่มีจิตใจที่ไม่ดีแปรสภาพธรรมชาติเป็นของไม่ดี     
ชอบแสวงหาของไม่ดีตลอดรายการเดินทางไร้สาระ     ที่เข้าใจว่าตัวเองถูกต้อง     
ข้อเท็จจริงมันไม่ถูกต้องสำหรับในแนวทางชีวิตนั้น

สิ่งที่ทำให้ชีวิตแตกต่างกัน

เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านทั้งหลาย…  เรามาสร้างบุญ     สร้างกุศลทางจิตใจให้เราเจริญรุ่งเรืองอยู่ในจิตใจอันนี้     
ต้องสร้างต้องทำด้วยของใครของมัน     จะเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าที่ลามาบวชหรือมาบวชเป็นนวกะ     
หรือบวชเก่าก็ตามเหมือนกันไม่ได้…  นานาจิตตัง     จิตก็ไม่เหมือนกัน     กุศล  อกุศลเหมือนกันไม่ได้     
บางคนวาระก็ไม่เหมือนกัน     เวลาไม่เท่ากัน     จิตใจเปรี้ยวหวานมันเค็มไม่เหมือนกัน     บางคนก็ชอบเปรี้ยว 
ชอบหวาน  บางคนก็ชอบขม     แต่บางคนก็ชอบเค็ม     เท่านี้ยังแตกต่างกันไปแล้วเพียงแต่รสอาหาร     
ไหนเลยจิตใจจะเหมือนกันทุกคนเล่า?

แต่เหมือนกันโดยธรรมชาติ     อันนี้เป็นที่ทราบดีทั่วกันว่า     
ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว     ทุกคนรู้ตัวอยู่แล้ว     
มีความเข้าใจด้วยกันทุกคน     เมื่อค้าขายก็อยากได้กำไร     
ไม่ต้องการขาดทุน     ทำงานอันใดก็อยากให้การงานนั้นสำเร็จ     
จะคิดอะไรก็อยากใช้เวลาคิดให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตตนเหมือนกันทุกคน     
ไม่ต้องกล่าวว่าความคิดนั้นจะเหมือนกัน… 
นานาจิตตัง     จิตคิดไม่เหมือนกัน     ความเข้าใจก็ไม่เหมือนกัน     
แต่ว่าทุกชีวิตต่างก็คิดเหมือนกัน     
ในความต้องการสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่ตนทั้งนั้น

สมบัติอันพึงหวังได้ของมนุษย์ - หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
ที่มา SatiDocuments - CD105